Van Dyck Espressobar
คาเฟ่สายมินิมอลในโคโลญที่กำลังมาแรงในยุโรป
Van Dyck Espressobar กำลังเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงมากขึ้นในหมู่นักท่องเที่ยวสายดีไซน์ เนื่องจากภาพร้านโทนขาว–ไม้แบบมินิมอลที่ถูกแชร์บนโซเชียลอย่างต่อเนื่อง จุดเด่นคือความเรียบง่ายแบบเยอรมันที่ให้ความรู้สึกมั่นคง คลีน และไม่ปรุงแต่งเกินจำเป็น ทำให้ร้านนี้ติดลิสต์ “คาเฟ่มินิมอลต้องไป” ของหลายเว็บไซต์สายครีเอทีฟในยุโรป ความนิยมของร้านยังมาจากการใช้กาแฟ organic ที่คั่วเอง ทำให้คุณภาพกาแฟสม่ำเสมอและเป็นที่ยอมรับของคอกาแฟตัวจริง ร้านยังตั้งอยู่ในย่าน Ehrenfeld ที่ขึ้นชื่อเรื่องแหล่งครีเอทีฟและโลคัลอาร์ต ทำให้บรรยากาศรอบร้านดูมีชีวิตชีวาแต่ยังคงความสงบแบบยุโรปเหนืออย่างลงตัว จึงไม่น่าแปลกใจที่ร้านนี้กลายเป็นจุดเช็กอินใหม่ในเมืองโคโลญ
เอกลักษณ์ของดีไซน์และสเปซภายในร้าน Van Dyck
ดีไซน์ของ Van Dyck Espressobar สะท้อนแนวคิดของความมินิมอลสไตล์ยุโรปเหนือได้อย่างชัดเจน ผ่านการใช้เส้นสายเรียบง่าย การจัดพื้นที่ที่โล่ง และการเลือกใช้ไม้สีอ่อนคู่กับกำแพงสีขาว ทำให้ร้านให้ฟีลอบอุ่นแต่ยังคงความโมเดิร์นอย่างเต็มที่ จุดเด่นคือเคาน์เตอร์ไม้ยาวที่เป็นเหมือนหัวใจของร้าน เป็นมุมที่บาริสต้าทำกาแฟแบบเปิดโล่งให้ลูกค้าเห็นกระบวนการทั้งหมด ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศเป็นกันเองและเพิ่มเสน่ห์ให้ร้านยิ่งขึ้น นอกจากนี้เฟอร์นิเจอร์ที่เลือกใช้ยังเป็นโทนธรรมชาติทั้งหมด ทำให้ภาพรวมร้านดูคลีน สะอาด และสบายตา เหมาะกับคนที่ต้องการหามุมสงบ ๆ นั่งอ่านหนังสือ ทำงาน หรือพักผ่อนหลังเดินเที่ยวในตัวเมืองโคโลญ
เมนูซิกเนเจอร์และกาแฟสไตล์ Organic ที่ต้องลอง
จุดขายสำคัญของ Van Dyck คือเมล็ดกาแฟ organic ที่คั่วเองทุกสัปดาห์ ทำให้รสชาติกาแฟมีความสดใหม่และคงความบาลานซ์ตลอดเวลา เมนูที่แนะนำเริ่มจาก Espresso Organic ที่มีรสเข้ม กลิ่น nuts ชัดเจน เหมาะสำหรับสายกาแฟดำ ส่วน Latte ของร้านก็เป็นเมนูที่ดื่มง่าย มีความนุ่มละมุนจากนมที่สตีมอย่างประณีต ปิดท้ายด้วย Handbrew ที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบกาแฟดริป กลิ่นผลไม้และกลิ่นดอกไม้ออกมาชัดเจนเพราะเมล็ดกาแฟคุณภาพสูง ทุกแก้วมีราคาที่เข้าถึงง่ายเมื่อเทียบกับคาเฟ่สายมินิมอลชื่อดังในยุโรป ทำให้ที่นี่เป็นคาเฟ่ที่เหมาะทั้งกับนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น
การเดินทาง เวลาเปิด และเคล็ดลับเก็บภาพมินิมอลสวย ๆ
Van Dyck Espressobar ตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางง่าย สามารถใช้รถไฟ S-Bahn ลงสถานี Ehrenfeld แล้วเดินต่อได้เพียงไม่กี่นาที ช่วงเวลาที่เหมาะกับการถ่ายภาพหน้าร้านที่สุดคือ 13.00–15.00 น. เพราะแสงจะพาดผ่านทางเดินและผนังไม้ด้านหน้าได้พอดี ส่วนภายในร้านมุมบาร์ยาวคือมุมยอดนิยมสำหรับสายถ่ายคอนเทนต์ บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการนั่งทำงาน หรือนั่งพักแบบไม่เร่งรีบ ร้านรับทั้งเงินสดและบัตรทุกประเภท และมักไม่ค่อยมีคิว ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากได้บรรยากาศมินิมอลแบบแท้ ๆ ไม่ต้องแย่งโต๊ะกับใคร
ข้อมูลเพื่มเติม : รถยนต์